D.I.Y เปลี่ยนสีผมด้วย Liese โฟมนุ่มๆ

ป้ายกำกับ

,

วันนี้มารีวิว การเปลี่ยนสีผมด้วยตัวเองให้เพื่อนๆดูค่ะ

ฝ้ายเลือก Liese สี Mike tea Brown ค่ะ อยากได้สีสว่าง แต่บอกก่อนนะค่ะ

ว่าก่อนหน้านี้ผมฝ้ายเป็นสีน้้ำตาลเข้มค่ะ อยากให้สว่างขึ้นอีกนิดนึง แต่ด้วยสีผมเก่าเป็นสีเข้ม

ฝ้ายเลยต้องเลือก สี Mike tea brown ค่ะ

ลืมถ่ายอุปกรณ์มาให้ดูซึ่ง ในกล่องจะมี
1. น้ำยาขวดหมายเลข 1
2. น้ำยาขวดหมายเลข 2
3. ฝาทำโฟม
4. ทรีทเม้นหลังทำสีผม
5. ถุงมือยาง
6. คู่มือทำสีผม และคำเตือน วิธีทดสอบแพ้ที่ผิวหนัง

ขั้นตอนการทำง่ายมากๆค่ะ
1. เทน้ำยาขวดเบอร์ 2 ใส่น้ำยาขวดเบอร์ 1
2. ปิดฝาให้สนิท คว่ำหงายขวด “ช้าๆ” 5 ครั้ง พอ ระวังอย่าให้น้ำยาเป็นฟองนะค่ะ
3. เปลี่ยนฝาขวดเป็นฝาสีชมพูทำโฟม
4. ใส่ถุงมือ (อย่าลืมนะค่ะ)
5. บีบที่กลางขวด จะมีโฟมออกมา ใส่ประมาณอุ้งมือ
6. โปะโฟมกลางศีรษะ โชลมไปเรื่อยๆจากโคนสู่ปลายผมค่ะ
7. ถ้าทาทั่วแล้วให้พักผม 20-30 นาทีค่ะ
8. ล้างออกด้วยน้ำเปล่าค่ะ (อย่าลืมบำรุงด้วยนะค่ะ)

เปรียบเทียบสีผมก่อนทำ-หลังทำ

ปล.สำหรับผมสีใหม่ฝ้ายคิดว่ามันดูไม่ค่อยสม่ำเสมอ แต่ถือว่าไม่น่าเกลียด

(จริงๆของเค้าดีค่ะ แต่ฝ้ายคงทำไม่ดีเอง สำหรับมือใหม่อย่างฝ้ายแค่นี้ถือว่าพอใจมากค่ะ^^ )

“ร้านเหล่ากุ้ยบะหมี่อัศวิน” หลังม.รามคำแหง

วันนี้มาแนะนำร้านอาหารที่อร่อยๆแถวหลัง ม.รามคำแหง และอยู่ใกล้ๆ ม.อัสสัมชัญ (เอแบค)หัวหมาก

ภายในร้านจะตกแต่งแบบย้อนยุค ทางร้านเค้าจะเอาโปสเตอร์หนังเก่าๆมาติดไว้ค่ะ
วันนที่ฝ้ายไปทานฝ้ายสั่งมา 2 อย่างที่ขึ้นชื่อ นั้นก็คือ 

ก๋วยเตี๋ยวไข่เดี่ยว(บะหมี่ยำแห้งใส่ไข่)

และช็อคการี(ทะเล)

ไปดูหน้าตากันต่อดีกว่าค่ะว่าเป็นยังไง

ทั้ง 2 เมนูนี้อยากบอกว่ามาแล้วห้ามพลาดจริงๆค่ะ ก๋วยเตี๋ยวไข่เดี่ยว รสชาติของเค้าเข้มข้นมาก เส้นบะหมี่ก็อร่อย น้ำซุปก็หอม รสชาติดีเลยค่ะ
ส่วนข้าวช็อคการี(ทะเล) ก็คือ ข้าวราดผัดผงกระหรี่ทะเลนี้เองค่ะ อยากบอกว่าอร่อยมากค่ะ

นอกเหนือจาก 2 เมนูที่ฝ้ายมาแนะนำที่ร้านเหล่ากุ้ยบะหมี่อัศวิน เค้ายังมีเมนูอื่นๆอีกมากมายเลยยนะค่ะ

สำหรับเพื่อนๆที่กำลังมองหาร้านอาหารที่ราคาประหยัดและรสชาติอร่อย ฝ้ายขอแนะนำร้านเหล่ากุ้บ บะหมี่อัศวิน
อยู่แถวหลังม.รามคำแหง ใกล้ๆ เอแบค(หัวหมาก)ค่ะ

Review : Sunblock(ผิวกาย)โลชั่นป้องกันแดด…สิ่งที่ผู้หญิงไทยต้องทาก่อนออกจากบ้าน

ป้ายกำกับ

, , , , , , , , , ,

อากาศบ้านเราร้อนมากๆเลยนะค่ะ ไม่ว่าจะฤดูไหนๆแสงแดดก็ยังคงไม่เคยใยดีเรา

ฝ้ายจึงอยากมารีวิวโลชั่นกันแดดที่ฝ้ายใช้เป็นประจำ ขนาดว่าทาก่อนออกจาห้องทุกวันยังดำเลย

แต่ไม่ทาก็ไม่ได้นะค่ะ ซึ่งแต่ละตัวก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปค่ะ

เริ่มจากตัวแรกเลยนะค่ะ คือ Nivea Sun Moisturising Immediate Collagen&DNA Protect SPF30PA++ ซึ่งความพิเศษของเค้าก็คือ เป็นสูตรที่กันน้ำและไม่ต้องรอ 20 นาที ก็สามารถออกไปท้าทายกับแสงแดดได้แล้วค่ะ แถมยังช่วยให้ผิวชุมชื่นอีกด้วยนะค่ะ และที่เพื่อนๆหลายๆคนคงจะถูกใจก็ตรงที่ Sunblock ตัวนี้ไม่เหนียวเหนอะหนะอีกด้วยค่ะ แต่ต้องบอกก่อนว่ากลิ่นอาจไม่หอมสักเท่าไรนะค่ะ  แต่ด้วยความที่ว่าหาซื้อง่าย (ฝ้ายซื้อขวดเล็ก ราคาก็ร้อยกว่าบาท) ฝ้ายจะพกติดกระเป๋าตลอดค่ะ เอาไว้ทาระหว่างวันเวลาต้องออกไปเจอแดดแรงๆค่ะ

สำหรับตัวที่สอง เป็น Vaseline Healthy Sunblock Water Resistant UV Protection Lotion SPF30 ตัวนี้เนื่องด้วยเค้าเป็นเค้าตั้งตำแหน่งทางการตลาดเป็นแบรนด์โลชั่นเพื่อสุขภาพ ดังนั้นโลชั่นกันแดดของเค้าก็เพื่อสุขภาพเช่นกัน เพราะ มีส่วนผสม คือ โยเกิร์ต โปรตีน พร้อมด้วย สารสกัดจากว่านหางจระเข้ หลังจากที่อาจสรรพคุณก็รอช้าไม่ได้ทำให้ Chic Faii ต้องหยิบไปจ่ายเงินและก็มาลองใช้ หลังจากได้ลองใช้มารู้สึกว่า ตัวเนื้อโลชั่นมีความเข้มข้นกว่าของนีเวียนิดหน่อย ตอนที่ทาเหมือนจะเหนียวแต่ซึบเข้าสู่ผิวเร็วพอทาเสร็จเลยไม่ค่อยเหนียวเหนอะหนะ มีกลิ่นหอมค่ะ สำหรับโลชั่นกันแดดตัวนี้ปกป้องผิวจากแสงแดดได้ในระดับหนึ่งค่ะ ตัวนี้ต้องทาก่อนออกแดด10-15 นาทีนะค่ะ (ฝ้ายใช้ขนาด 100 มล.ซื้อมาราคา 216 บาทค่ะ)
ตัวที่สาม คือ Boots essentials Sun Protection SPF30 เนื้อโลชั่นไม่ข้นไม่เหลว เกลี่ยง่าย ทาแล้วซึมเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะค่ะ แถมยังช่วยให้ผิวชุ่มชื่นอีกด้วยนะค่ะ ตัวนี้ต้องทาก่อนออกแดด 15 นาทีค่ะ ไม่มีกลิ่นหอมค่ะ ตัวนี้เพื่อนๆฝ้ายที่ผิวแพ้ง่ายใช้แล้วบอกว่าโอเคเลยค่ะ ส่วนการปกป้องจากแสงแดดก็ใช้ได้ในชีวิตประจำวันค่ะ (ฝ้ายใช้ขนาด 200 มล.ราคาจำไม่ได้ค่ะ)


ตัวสุดท้ายเป็น Boots Soltan Moisturising Suncare Lotion SPF50 High ตัวนี้เนื้อโลชั่นเข้มข้น ตัวนี้อาจจะเหนียวเหนอะหนะนิดหน่อยค่ะ แต่มีส่วนช่วยให้ผิวชุ่มชื่น แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆอีกด้วยนะค่ะ ตัวนี้ฝ้ายจะใช้เวลาที่ต้องออกแดดเวลานานๆค่ะ เพราะตัวนี้มีค่า SPF สูง แถมยังมีค่าการปกป้องจาก UVAและUVB สูงมากเช่นกัน เป็นสูตรกันน้ำค่ะ ทนต่อเหงื่อและน้ำ ถ้าวันไหนต้องออกลุย ฝ้ายขาดตัวนี้ไม่ได้เลยค่ะ


ปล.ไม่มีครีมกันแดดยี่ห้อไหนที่ปกป้องรังสี UV ได้ 100% นะค่ะ และก็ไม่มีครีมกันแดดอะไรที่จะคงทนต่อการเผชิญกับแสงแดดยาวนานตลอดทั้งวันได้ เพราะฉนั้นโปรดสังเกตว่าทำไม วิธ๊การใช้หลังขวดจึงบอกว่าให้ทาซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมง ไงค่ะ

Review : สเปรย์น้ำหอม ของ Etude

ป้ายกำกับ

, , , ,

เห็น Packaging แล้วน่ารักดีค่ะ เป็นสาวน้อยประเทศต่างๆ มีกลิ่นหอมติดทนนาน

สามารถซื้อมาสะสมก็ได้นะค่ะ เพราะว่ามันน่ารักดี

วันนี้ฝ้ายเอากลิ่น White Floral มาให้ดูกันค่ะ ตัวpackaging เป็นสีส้ม สาวน้อยแต่งตัวเป็นชุดกีบเฮ้า

กลิ่น#Ms.Lonely (China) กลิ่นดอกไม้อ่อนๆ กลิ่นสุดแสนอ่อนโยน น่าทะนุถนอม

**อยากบอกว่าสามารถฉีดได้ทั้งผมและร่างกายเลยนะค่ะ Confirm ว่าใช้ดีค่ะ ราคาก้ไม่แพงค่ะ

จำได้ว่าซื้อมาประมาณ 390 บาท ค่ะ

Review : Clinique Face Make Up

ป้ายกำกับ

, ,

วันนี้บังเอิญมองไปเห็นเครื่องสำอางที่ซื้อมาได้สักพักแต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ใช้   เพราะ มัวแต่ใช้ของใหม่ ประมาณว่า ได้ใหม่ลืมเก่า แต่เครื่องสำอางของยี่ห้อ Clinique ก็ดีไม่แพ้ใครนะค่ะ

เริ่มจากรองพื้นก่อนเลยแล้วกัน ฝ้ายใช้ตัว Supermoisture Make Up เบอร์ 64 Cream Beige       เพราะว่ราเป็นคนผิวหน้าแห้งค่ะ และอีกอย่างที่ไปซื้อเป็นช่วงฤดูหนาว ที่เคาเตอร์เลยแนะนำให้ใช้ตัวนี้ค่ะ การปกปิดก็ได้บางเบาถึงปานกลางค่ะ (ราคา 1,350 บาท)

อีกอย่างที่ฝ้ายขอแนะนำ อีกตัวก็คือ Up-lighting liquid illuminator ฝ้ายใช้ เบอร์ 01 Natural ตัวนี้จะช่วยให้ผิวกระจ่างสดใสขึ้นค่ะ ด้วยส่วนผสมพิเศษที่มีคุณสมบัติกระจายแสง และผสมผสานของเม็ดสีพิเศษประกายไข่มุกช่วยเสริมให้ผิวกระจ่างใส เป็นประกาย ดูมีออร่ามากๆค่ะ(ราคา 1,300 บาท)

ส่วนตัว Concealer ฝ้ายใช้ตัว All About Eyes Concealer เป็นคอนซีลเลอร์สูตรครีมเหลวค่ะ จะช่วยลดและปกปิดรอยคล้ำและรอยบวมรอบดวงตา แต่ฝ้ายก็เอามาปกปิดจุดอื่นๆก็ใช้ได้ดีเช่นกันค่ะ
ฝ้ายใช้ เบอร์ 02 Light Gloden ค่ะ (ราคา 800 บาท)

ส่วนแป้งที่ฝ้ายใช้เป็นตัว Derma White Bright-C Power Makeup SPF 29/PA+++
เบอร์ 03 Fresh Beige ค่ะ เป็นแป้งผสมรองพื้น ปกปิดได้เรียบเนียนดูเป็นธรรมชาติค่ะ และยังป้องกันแดดได้ด้วยค่ะ (ราคา 1,500 บาท)** แป้งของฝ้ายใกล้จะหมดแล้วค่ะ แต่ถ่ายมาให้ดูกัน

บลัชออนที่ฝ้ายใช้เป็นโทนส้มค่ะ เบอร์ 04 Carefree Coral ปัดแก้มสีนีั้ทำให้ดูหน้าใสๆดีค่ะ ชอบๆ
(ราคา 1,000 บาท)สภาพของมันดูแย่หน่อย เพราะฝ้ายพกไปนู้นนี้บ่อยค่ะ

แค่หาลิปสติกโทนสีส้มๆมาก็เป็นอันว่าออกจากบ้านได้แล้วค่ะ สวยด้วย Clinique แบบ Chic Faii ค่ะ

วันเบาๆกับ Maybelline

ป้ายกำกับ

,

วันหยุดสุดสัปดาห์แต่งหน้าเบาๆฝ้ายขอ รีวิว Maybelline ให้ทุกคนดูกันนะค่ะ

เริ่มต้นฝ้ายทาบีบีครีม บางๆค่ะ วันนี้ไม่อยากลงรองพื้น ต่อด้วยทาแป้งของ

Maybelline(ClearSmooth All IN ONE) ฝ้ายใช้เบอร์ 02 ขาวเหลืองค่ะ

 

ทาแป้งเสร็จก็ถึงขั้นตอน กรีดตาค่ ฝ้ายใช้ Maybelline Eyestudio Lasting Drama Eyeliner

มี 2 สีค่ะ (สีดำและน้ำตาล) ฝ้ายเลือกใช้สีดำค่ะ

จากนั้นก็ทาลิปแคร์ Maybelline baby lips

ไอเทมนี้ ฝ้ายแนะนำว่าจะทาก่อนนอนก็ชุ่มชื่น ปากไม่แห้งถึงเช้าเลย หรือว่าทาเป็น Lip Base ก่อนทาลิปสติกตกร่อง ริมฝีปากก็ดีนะค่ะ แถมยังป้องกันแดด ทำให้ริมฝีปากไม่คล้ำอีกด้วยค่ะ

ฝ้ายเลือกใช้ เบอร์ 02 กลิ่น Mix Berry ค่ะ มีกลิ่นหอมสดชื่นด้วยค่ะ

Maybelline กับวันเบาๆของฝ้ายค่ะ ^^

ผิวเนียนสวยด้วย Laura Mercier

ป้ายกำกับ

,

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ Chic Faii จะมารีวิวเครื่องสำอางของ Laura Mercier

ที่ตอนนี้ ฝ้าย เลิฟฟฟ  มากค่ะ เริ่มกันเลยนะค่ะ

สภาพหลังจากตื่นนอน หน้าจะบวมๆไม่รู้เพื่อนๆเป็นกันรึป่าว --*

ขั้นตอนแรกหลังจากเราทาครีมบำรุงและทาครีมกันแดดเสร็จแล้ว ฝ้ายขอแนะนำเลย

กับ Foundation Primer ตัวนี้ เป็นการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้าจะช่วยให้ผิวหน้าของเราเรียบเนียน

และช่วยให้เครื่องสำอางของเราอยู่ติดทนนานมากขึ้นค่ะ

หลังจากทา Foundation Primer เสร็จเรียบร้อยเป็นขั้นตอน ทางรองพื้นค่ะ ซึ่งฝ้ายเลือกใช้ Silk Crème Foundation ค่ะ เพราะตัวนี้เป็นแบบที่ปกปิดและเรียบเนียนมากที่สุดค่ะ แม้รอยสิว และรอยกระต่างๆ ปิดเนียนเป๊ะมาก และที่พิเศษของรองพื้นตัวนี้ก็คือ เค้าสามารถให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวของเราได้ด้วยค่ะ

หน้าฝ้ายเรียบเนียนแล้วหลังจากนั้นเป็นขั้นตอนการลงแปั้งค่ะ ฝ้ายเลือก Translucent Loose Setting Powder ค่ะ เพราะแป้งตัวมีความโดดเด่นตรงที่มีความโปร่งใส และเนื้อแป้งเล็กละเอียดมาก และมีส่วนผสมที่สามารถกระจายเสียงให้หน้าเราดูมีออร่าด้วยค่ะ

หลังจากนั้นเพื่อนๆก็แต่งตา เขียนคิ้ว และ ปัดแก้มได้ตามใจชอบเลยค่ะแต่วันนี้ฝ้ายมีอีกหนึ่งอย่างที่อยากจะแนำนำมากๆๆค่ะ นั้นก็คือ ลืปสติกค่ะ 2 สีนี้เป็นสีออกใหม่ด้วยค่ะอยากบอกสีสวยมาก ฝ้ายซื้อมา 2 สี มีสี Nude Color และ Nude Pink ค่ะ

เที่ยวเกาหลี…ครั้งแรกในชีวิต*-*

ป้ายกำกับ

, , , ,

ฝ้ายเป็นคนนึงที่คลั่งไคล้ซี่รีย์เกาหลี และอยากไปเที่ยวเกาหลีสักครั้งในชีวิต

จนฝ้ายได้มีโอกาสได้ไป แถมยังไปฟรี เพราะไปกับทีมงานของ Give Siam ของพี่ยิ่งยง

จำได้ว่าออกเดินทางคืนวันที่ 22 เม.ย 55 ไปถึงเช้าวันที่ 23 เม.ย 55 ก็เดินทางไปที่เกาะนามิเลยค่ะ

             วันที่สองอยากบอกว่าบรรยากาศบนเกาะนามิช่วงที่ฝ้ายไปก็ดีมากค่ะ อากาศไม่ร้อนไม่หวาน สบายมากๆ แอบเห็นคู่รักมาด้วยกัน น่ารักมากๆค่่ะ   หลังจากนั้นก็ได้ไปไหว้พระองค์ใหญ่มากแต่ฝ้ายต้องขอโทษจริงๆนะค่ะ จำไม่ได้ว่าชื่อวัดอะไรขอแก้ตัวโดยการเอาภาพมาฝากค่ะ

         

อาหารเย็นวันนั้นจำได้ว่าเราฝ้ายได้ไปทานคล้ายๆ หมูกระทะเหมือนบ้านเราเลยค่ะ แถมแอบจิบเบียร์กะโซจูด้วย^^

วันที่สาม ฝ้ายได้ไปนั่งรถไฟที่โรแมนติกเลียบไปกับทะเลเหลืองค่ะ จากนั้นก็ไปไหว้พระที่วัดวาวูจองซา ภายในวัดมีเศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่มากอยู่ด้วยค่ะ วันนั้นเราปิดท้ายด้วย เอเวอร์แลนด์ สวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีค่ะ วันนั้นได้ไปนั่งรถไฟเหาะตีลังกาที่ทำด้วยไม้และมีความชันที่สุดในโลก อยากบอกว่าเสียวมากค่ะ ขอบอกอีกอย่างนะค่ะว่าต่อแถวกันเป็นกิโลเลย ถ้ามีเวลาขอแนะนำสำหรับท่านใดที่ชื่นชอบความเสียวค่ะ

       

วันที่สี่ อยากบอกว่าคิดถึงเมืองไทยมากแล้วค่ะ เพราะว่าอาหารที่เกาหลีไม่ถูกปากเลย จืดทุกอย่าง (ขอแนะนำเพื่อนๆที่กำลังจะเดินทางไปเกาหลี เตรียมพวกซอลหรือเครื่องปรุงรสติดไปด้วยนะค่ะ) สำหรับวันนี้จำได้ว่าได้ไปศูนย์โลมของเกาหลี ต่อด้วยร้านสมุนไพรค่ะ 2 ร้านแรกไม่ได้ตังค์ฝ้ายแนะนำ เพราะฝ้ายเตรียมตัวช็อปที่ย่านเมียงดง ที่นี้มีร้านเครื่องสำอางแบรนด์ดังเกาหลีมากมายเลยค่ะ และมีร้านเสื้อผ้าเยอะมากกก แต่ยังไม่หมดค่ะ ยังมีตลาดดังที่ชื่อว่าตลาดทงแดมุน ตลาดนี้เพื่อนสามารถซื้อข้าวของ และต่อราคาได้อย่างสนุกสนาน เพราะมีร้านค้าต่างๆ สินค้าที่มีมากที่สุดในตลาดนี้ คือ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องหนัง ชุดสุภาพสตรีและเด็ก เครื่องนอน รองเท้า เครื่องกีฬา    อีกอย่างนึงที่ทางทีมเราได้ไปเที่ยวกันคือ ไปดูการแสดง Jump Show อยากบอกว่าสนุกมากๆค่ะ นักแสดงทุกคนเก่งมาก แถมวันนั้นพระเอกยังกระโดดลงมาจับมือฝ้ายไปลูบตัวอีก (อยากบอกว่ามีแต่เหงื่อ 555+) ทุกวันนี้ยังสงสัยว่าพระเอกเป็นเกร์อ่ะป่าว –*/ดูจากรูปเอานะค่ะ


        ปิดท้ายวันที่สี่ของเราด้วยการเดินขึ้นไป N Seoul Tower ที่คู่รักทุกคู่ชาวเกาหลีต้องขึ้นไปคล้องกุญแจคู่รักและเขียนคำสารภาพหรือคำมั่นสัญญาให้แก่กัน…โรแมนติคมากค่ะ ฝ้ายไม่ได้คล้องกับเค้าหรออกค่ะ เพราะ ไม่มีคู่ไป–*เลยได้แต่ชมบรรยากาศ ด้านบนมองเห็นวิวกรุงโซลยามค่ำคืนสวยมากค่ะ

เดินทางกลับ เราต้องตื่นแต่เช้า เพราะอยากมีภาพถ่ายชุดพื้นเมืองของเกาหลี เราจึงได้ภาพออกมาเช่นนี้ค่ะหลังจากนั้น ก็ไปช็อปสินค้าปลอดภาษีที่ ดิวตี้ฟรี (Duty Free Shop) ก่อนเดินทางไปที่สนามบินเพื่อกลับเมืองไทยค่ะกันค่ะ

ปล.ทริปเกาหลีครั้งนี้ฝ้ายได้ตัดร้านอาหารต่างๆที่ได้ไปทานเพราะจำชื่อร้านไม่ได้เลยค่ะ และ ยังมีตกหล่นอยู่บ้างเนื่องจาก ไปมานานหลายเดือนแล้วค่ะ แต่สำหรับท่านที่สนใจอยากไปเที่ยวเกาหลี ฝ้ายยินดีแนะนำให้ค่ะ^

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.